Uncategorized

5 สรรพคุณของน้ำตะไคร้ สมุนไพรในบ้าน

เครื่องดื่มสมุนไพร น้ำตะไคร้ ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรไทย อุดมด้วยประโยชน์มากมาย สามารถใช้ได้ทั้งบำรุงความงาม และรักษาโรค

ตะไคร้ lemon grass เป็นพืชตะกูล ไม้ล้มลุกที่พบได้เป็นจำนวนมากในประเทศไทย สามารถปลูก ดูแล และขยายพันธุ์ได้ง่าย มีความสูงประมาณ 4–6 ฟุต
ลักษณะลำต้นยาวเรียว มีใบสีเขียว ขึ้นหลายต้นจนรวมเป็นกอ ถือเป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นในเรื่องของกลิ่นหอม ทำให้รู้สึกดีเมื่อได้กลิ่น

ปัจจุบันนี้ตะไคร้มีหลากหลายสายพันธุ์ ได้แก่ ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น ตะไคร้หางนาค ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางสิงห์ และตะไคร้หอม ซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหาร หรือใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ทั้งต้น

ประโยชน์ของ น้ำตะไคร้ 

1. ช่วยขับปัสสาวะ และช่วยขับล้างสารพิษในร่างกาย
ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีรสยาจืด มีสรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ สำหรับผู้ที่เกิดปัญหาปัสสาวะขัด หรือปัสสาวะไม่ออก ใช้รับประทานเพื่อช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้ นอกจากนี้
ยังช่วยลดความดันโลหิต ขับสารพิษ และกรดยูริค Uric acid ออกจากร่างกาย

2. ทำให้ร่างกายแข็งแรง และสดชื่น
ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินบี วิตามินซี และพวกแร่ธาตุ ได้แก่ ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม เป็นสารสำคัญที่ช่วยทำให้กระบวนการทำงานต่างๆ
ของร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

3. บำรุงระบบประสาท
แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับผู้มีอายุมากกว่า 50 ปี ลดสูงสุด 30%
ตรวจคัดกรองโรคพบบ่อยในวัยก่อนเกษียณ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รู้ก่อน รักษาก่อน โอกาสหายขาดสูง

4. ทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร และภายใน
ตะไคร้มีสรรพคุณทำให้ระบบการทำงานภายในเป็นไปได้อย่างปกติ โดยจะช่วยทำความสะอาดลำไส้ ลดแก๊สในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยชำระล้างพิษระบบต่างๆ
ภายในร่างกาย เช่น ตับ ตับอ่อน และไต ทำให้อวัยวะส่วนดังกล่าวมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

5. ช่วยให้เจริญอาหาร
สำหรับใครที่เบื่ออาหารหรือรับประทานอาหารได้น้อย ควรเลือกรับประทานลำต้นแก่ของตะไคร้ เพราะมีกลิ่นหอม และสรรพคุณในการบำรุงธาตุ ทำให้ผู้ที่เบื่ออาหารกลับมารับประทานอาหารได้มากยิ่งขึ้น…

Uncategorized

น้ำมะตูม สมุนไพรคลายร้อน กับ 10 คุณประโยชน์

น้ำมะตูม เป็นเครื่องดื่มแก้กระหายยอดนิยม น่าจะเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรไทยที่ถูกอกถูกใจสำหรับใครหลายๆคน ด้วยรสชาติหวานไม่บาดคอ มีกลิ่นหอมชื่นใจ และยังมีสรรพคุณดีๆ
ที่ช่วยบำรุงธาตุ เป็นสุมนไพรที่เหมาะกับคนไทย และอากาศร้อนๆ ของประเทศไทยได้ดีมาก
มะตูมเป็นสมุนไพรธาตุเย็น เหมาะกับผู้ที่มีเหงื่อออกมาก ช่วยแก้ร้อนใน ช่วยให้รู้สึกเย็นสบายตัวขึ้น และยังช่วยแก้ปวดท้อง แก้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย น้ำมะตูมจึงเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับการดับกระหาย แก้เผ็ดร้อน จากการกินอาหารร้อนๆ หรืออาหารรสเผ็ด

10 คุณประโยชน์ ของน้ำมะตูม

1. มะตูมมีสรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหาย ให้ความสดชื่น
2. มะตูมเป็นยาแผนโบราณช่วยคลายความร้อนในร่างกาย ช่วยฟื้นไข้ได้ดี
3. ประโยชน์ของมะตูมช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
4. มะตูมช่วยในการหลั่งของอินซูลิน จึงมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน
5. มะตูมช่วยแก้อาการอ่อนเพลียจากอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ
6. สรรพคุณมะตูมช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยระบายท้อง
7. มะตูมช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยรักษาลำไส้
8. มะตูมช่วยแก้โรคบิด และช่วยฆ่าเชื้อโรคในลำไส้
9. ประโยชน์ของมะตูมเป็นยาระบายอ่อนๆ
10. รากมะตูมเป็นยาสมุนไพรช่วยรักษาอาการไข้จับสั่น

Uncategorized

รวม 5 สมุนไพร ช่วยแก้ร้อนใน

สมุนไพรแก้ร้อนใน ร้อนใน หรือ แผลร้อนใน เป็นแผลขนาดเล็กและตื้น มีสีเหลืองหรือสีขาวล้อมรอบด้วยสีแดง มักจะเกิดขึ้นที่เนื้อเยื้ออ่อนในช่องปาก เช่น ลิ้น กระพุ้งแก้ม จะมีอาการปวด แสบ
และทำให้ลำบากต่อการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ก็มักจะมีอาการนี้เกิดขึ้นได้ง่ายเช่นกัน เพราะฉะนั้นทางแก้ที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ก็คือ วิธีใช้สมุนไพร เป็นตัวช่วย เช่น

1. บชา

ชาทั่วไปที่เรานิยมรับประทานนั้นนอกจากจะมีคาเฟอีนแล้วก็ยังอุดมไปด้วยสารแทนนิน ที่ช่วยลดอาการร้อนในได้ หรืออาจจะลองชงชากับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ เช่น ยูคาลิปตัส แบร์เบอร์รี
Bearberry ใบเสจ ราสป์เบอร์รี สะระแหน่ และชะเอมเทศ ก็จะช่วยบรรเทาอาการร้อนในได้ดีขึ้นกว่าเดิม

2. ดอกคาโมมายล์

ถ้าพูดถึงดอกคาโมมายล์ อาจจะดูหายากเสียหน่อย แต่ถ้าพูดถึงชาดอกคาโมมายล์ละก็รับรองว่าหาซื้อมาใช้ได้ง่ายขึ้นมากเลยใช่ไหมล่ะ โดยชาดอกคาโมมายล์นั้นมีสรรพคุณช่วยในการนอนหลับ
แต่อีกประโยชน์หนึ่งที่หลายคนยังไม่ทราบก็คือเจ้าดอกไม้ชนิดนี้ สามารถรักษาอาการร้อนในได้อีกด้วย โดยแค่เพียงนำชาดอกคาโมมายล์มาบ้วนปากวันละ 3 – 4 ครั้ง ก็จะช่วยให้แผลร้อนในหายเร็วขึ้น

3. รางจืด

สมุนไพรรางจืด เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยแก้พิษไข้ ลดความร้อนในร่างกาย โดยการนำรางจืดที่โตเต็มวัยไปตากแห้งแล้วนำมาชงดื่ม หรือจะรับประทานแบบแคปซูลก็ได้เช่นกัน
แต่ผลข้างเคียงของรางจืดก็มีเช่นเดียวกับใบบัวบก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

4. แตงกวา

แตงกวา เป็นพืชผักที่มีน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก ๆ ก็จะช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลง โดยแตงกวาสามารถนำมาทำเป็นอาหารคาวได้
หรือถ้าไม่ซีเรียสกับกลิ่นเหม็นเขียวของแตงกวา และยังสามารถนำมาปั่นรับประทานเย็น ๆ เป็นเครื่องดื่มได้

5. ย่านาง

ใบย่านาง สมุนไพรมากคุณประโยชน์ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง ใบย่านางนั้นถูกนำไปทำอาหารได้หลากหลาย หรือแม้แต่ต้มกับน้ำดื่มเพื่อรักษาอาการต่าง ๆ
ซึ่งย่านางก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ และเมื่อความร้อนในร่างกายลดลง แผลร้อนในก็จะค่อยยุบลง

Uncategorized

5 คุณประโยชน์ของว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ พืชสมุนไพร ที่มีประโยชน์ ต่อร่างกายหลายอย่าง ที่สามารถดูแลได้ทั้งผิวหนังและดีต่อความงาม เป็น สมุนไพรที่ช่วยในเรื่องความงาม สรรพคุณทั้งหมด 5 ข้อ ดังนี้

1. ลดรอยไหม้จากการฉายรังสี
ผู้ป่วยที่ต้องรับการฉายรังสีย่อมมีรอยไหม้เกิดขึ้นที่ผิวแน่นอน แต่สามารถนำวุ้นว่านหางจระเข้มาประคบผิวที่เกิดรอยไหม้หลังทำคีโมได้ แถมยังช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ดีและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวรวดเร็วขึ้นด้วย

2. รักษาแผลที่เกิดจากของมีคม
หากมีแผลที่เกิดจากของมีคมบาดหรือแม้แต่แผลถลอก คุณสามารถนำวุ้นว่านหางจระเข้ที่มีเมือกอยู่มาแปะลงไปบนแผลได้เลยค่ะ เพราะฤทธิ์จากเมือกว่านหางจระเข้จะช่วยเร่งให้แผลเกิดการสมานตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

3. บรรเทาอาการปวดศีรษะ
ให้ตัดเอาใบสดจากต้นมาจากนั้นทาด้วยปูนแดงบริเวณวุ้น เพื่อประคบบริเวณขมัยหรือท้ายทอย รวมถึงจุดที่เกิดอาการปวดก็จะช่วยให้อาการปวดศีรษะทุเลาลง

4. ฟื้นบำรุงผิวหลังออกแดด
นำวุ้นว่านหางจระเข้มาล้างให้สะอาดจากนั้นทาผิวที่เกิดปัญหาไหม้แสบร้อนจากแดด สำหรับใครที่มีผิวแห้งกร้านมากๆ อาจผสมกับน้ำมันมะพร้าวเพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นได้ด้วย

5. ช่วยรักษาแผลไฟไหม้และแผลน้ำร้อนลวก
นำวุ้นว่านหางจระเข้สดที่ล้างยางออกแล้วมาประคบผิวบริเวณที่เกิดปัญหา ก็จะช่วยลดอาการแสบร้อน ช่วยสมานแผลและทำให้ไม่เกิดรอยแผลเป็นด้วย

Uncategorized

สรรพคุณของต้นสาบเสือ สมุนไพรท้องถิ่น

ต้นสาบเสือ สมุนไพรท้องถิ่น จัดเป็นวัชพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง โดยมีเขตแพร่กระจายตั้งแต่ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดาไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตินา และระบาดทั่วไปในเขตร้อนทั่วทุกทวีป
ยกเว้นทวีปออสเตรเลีย ซึ่งจะพบได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยจัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก เป็นพืชที่แตกกิ่งก้านสาขามากจนเหมือนทรงพุ่ม กิ่งก้านและลำต้นจะปกคลุมไปด้วยขนนุ่มอ่อน ๆ
มีลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร

มีใบเป็นใบเดี่ยวออกจากลำต้นที่ข้อแบบตรงกันข้าม ใบมีสีเขียวอ่อน ลักษณะของใบคล้ายรูปรีทรงรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลม ฐานใบกว้าง ใบเรียวสอบเข้าหากัน มีขอบใบหยัก ที่ใบเห็นเส้นชัดเจน 3 เส้น
ผิวใบทั้งสองด้านมีขนอ่อนปกคลุม ใบและก้านเมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นแรงคล้ายกลิ่นสาบเสือ

สรรพคุณ

– ดอกสาบเสือมีสรรพคุณช่วยชูกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย
– ช่วยบำรุงหัวใจ
– ช่วยแก้ตาฟาง ตาแฉะ
– ช่วยแก้กระหายน้ำ
– ดอกช่วยแก้ไข้
– รากสาบเสือใช้ผสมกับรากมะนาวและรากย่านาง นำมาต้มเป็นน้ำดื่มช่วยรักษาไข้ป่าได้
– ดอกใช้เป็นยาแก้ร้อนใน
-ใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง อาการท้องขึ้น ท้องเฟ้อ
– รากสาบเสือนำมาใช้ต้มเป็นน้ำดื่มช่วยแก้โรคกระเพาะได้
ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร

Uncategorized

สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ด้วย ‘ โหระพา ‘

สรรพคุณและประโยชน์ของโหระพา 15 ข้อ ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE) มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย แต่แพร่หลายในเอเชียและตะวันตก โหระพาเป็น พืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นิยมอย่างมากในการนำมาประกอบอาหารและแต่งกลิ่นของรสชาติให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น

  1. ใบสดโหระพาใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย
  2. ช่วยป้องกันความเสียหายในร่างกายของเราจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
  3. ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  4. มีส่วนในการช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
  5. มีฤทธิ์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลและแผ่นคราบพลัคในกระแสเลือด
  6. มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  7. ช่วยขับหัวสิวและต้านการเจริญเติบโตของเชื้อสิว
  8. ช่วยในการเจริญอาหาร
  9. ใช้เป็นยาพอกเพื่อดูดซับสารพิษออกจากผิวหนังได้
  10. ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมสำหรับมารดาที่ให้นมบุตร ด้วยการนำใบมาต้มกับน้ำนมราชสีห์รับประทาน
  11. มีความเชื่อว่าเป็นยาบำรุงสุขภาพทางเพศได้อีกด้วย
  12. ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่มเป็นชา หรือกินเป็นผักสด
  13. แก้อาการวิงเวียนศีรษะด้วยการนำใบมาต้มดื่ม
  14. น้ำมันโหระพามีคุณสมบัติช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และช่วยลดอาการซึมเศร้า
  15. ช่วยรักษาโรคตาแดง ต้อตา มีขี้ตามาก
Uncategorized

สรรพคุณของมะกรูด สมุนไพรชั้นเลิศดีต่อสุขภาพความงาม

มะกรูด สมุนไพร ที่มากไปด้วยคุณประโยชน์ นอกจากนำมาทำอาหารได้แล้ว มะกรูดยังสามารถนำมาใช้ในการบำรุงความงาม รักษาโรค และปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านได้อีกด้วย ซึ่งก็ได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณกันเลยทีเดียว

โดยต้นมะกรูดจะมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบสีเขียวแก่เป็นมัน ค่อนข้างหนาและมีกลิ่นหอม ส่วนผลจะมีสีเขียวคล้ายมะนาวแต่ผิวเปลือกนอกขรุขระ ซึ่งก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน

การนำส่วนต่างๆ ของมะกรูดมาใช้ประโยชน์
ส่วนต่างๆ ของต้นมะกรูดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่รากจนถึงผล โดยมีวิธีการนำมาใช้ ดังนี้

ราก

รากมะกรูดนิยมนำมาใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการไข้ ลดอาการเสมหะเป็นพิษและบรรเทาอาการแน่นท้องจุกเสียด แก้พิษฝีภายใน

ใบมะกรูด

ใบมะกรูดอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย จึงนิยมนำมารับประทานเพื่อแก้อาการช้ำใน บรรเทาอาการไอ และป้องกันการเกิดมะเร็ง รวมถึงช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย

ผิวมะกรูด
ผิวของผลมะกรูดที่ขรุขระสามารถนำมาใช้เป็นยาแก้อาการนอนไม่หลับ บำรุงหัวใจให้แข็งแรง ขับพิษ ขับลม และแก้อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะได้

ผลมะกรูด

ผลของมะกรูด นิยมนำมารับประทานเพื่อแก้ไอ ขับเสมหะ บรรเทาอาการปวดท้อง ฟอกโลหิต ขับระดูและช่วยขับลมในลำไส้ได้ดี แพทย์พื้นบ้านจะนิยมใช้น้ำมะกรูดมาทำเป็น “ยาดองเปรี้ยวเค็ม” เพื่อช่วยถนอมคุณภาพของยา อีกทั้งช่วยให้ยามีฤทธิ์ช่วยฟอกโลหิต ละลายเสมหะได้ดียิ่งขึ้น

 

แหล่งที่มา   honestdocs

Uncategorized

สมุนไพรแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลม

สมุนไพรแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ สมุนไพรไทย มีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยแก้จุกแน่น แน่นท้อง ช่วยขับลม อาหารไม่ย่อย มีสรรพคุณช่วยเป็นยา บรรเทาอาการ

1. กระเทียม
มีสรรพคุณในการแก้ท้องอืด จุกเสียดได้ดีทีเดียวค่ะ เพียงแค่ทานกระเทียมสด 5 กลีบ กระเทียมจะช่วยไล่ลม จึงรู้สึกดีขึ้น

2. กะเพรา
ใบกะเพรานอกจากเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารแล้ว หากนำใบ และยอด 1 กำมือมาต้มเอาน้ำดื่มก็สามารถแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

3. กระชาย
เพียงนำเหง้า และรากของกระชายครึ่งกำมือมาต้มเพื่อนำน้ำมาดื่ม ก็ช่วยลดอาการจุกเสียดได้ เพราะกระชายมีรสเผ็ดร้อน และสรรพคุณทางยาในการแก้อาการเหล่านี้นั่นเอง

4. ขิง
ให้นำเหง้าของขิงแก่ขนาดประมาณหัวแม่มือมาทุบ และต้มทำเป็นน้ำดื่มจะช่วยลดอาการต่างๆได้ เพราะขิงมีฤทธิ์ช่วยขับลม และกระตุ้นการทำงานของลำไส้

5. ข่า
มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยแก้อาการท้องอืด แน่นท้อง ท้องเฟ้อได้ วิธีการง่ายๆ แค่นำเหง้าสด หรือแห้งของข่า ขนาดประมาณหัวแม่มือ มาต้มเอาน้ำดื่ม อาการจุกเสียด แน่นท้องก็จะหมดไป

6. ขมิ้นชัน
นำเหง้าขมิ้นมาหั่นชิ้นบางๆตากแดดให้แห้งแล้วนำไปบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นยาเม็ดเล็กๆ ทานวันละ 3-4 ครั้งจะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าหากทานแล้วท้องเสีย ให้หยุดทานทันทีค่ะ

7. ตะไคร้
นำต้นแก่ของตะไคร้ประมาณ 1 กำมือมาทุบพอแหลก นำไปต้มกับน้ำ ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง ตะไคร้มีฤทธิ์ที่ทำให้ระบบย่อยทำงานอย่างเป็นระบบ จึงบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

 

แหล่งที่มา  winnews

Uncategorized

สมุนไพรแก้ท้องเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ

สมุนไพรแก้ท้องเสีย วิธีแก้ท้องเสียด้วยของหาง่ายใกล้ตัว จากสูตรธรรมชาติทั้งผัก ผลไม้ สมุนไพร บรรเทาอาการท้องเสีย-ท้องร่วงให้หายโดยไม่พึ่งยา

1. กระชาย
ถ้ามีกระชายให้ใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า นำไปปิ้งไฟแล้วเอามาตำหรือฝนกับน้ำปูนใส หรือจะคั้นน้ำกระชายที่ปิ้งแล้วมารับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา เมื่อมีอาการท้องเสียก็ได้

2. ฟ้าทะลายโจร
ล้างใบฟ้าทะลายโจรให้สะอาด จากนั้นนำไปผึ่งลมจนแห้งสนิท แล้วจงนำมาบดเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้ง กินเป็นยาลูกกลอนครั้งละ 1.5 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน แต่หากไม่ได้ปลูกฟ้าทะลายโจรไว้ที่บ้าน ก็สามารถหาซื้อสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในรูปแบบแคปซูลยาก็จะสะดวกกว่า โดยรับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล (500-1,000 มิลลิกรัม) วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน

3. ยาเหลืองปิดสมุทร
นอกจากแคปซูลฟ้าทะลายโจรแล้ว ยังมีตัวยาเหลืองปิดสมุทร ซึ่งเป็นตำรับยาแผนโบราณและเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ประกอบไปด้วยตัวยาสมุนไพร 13 ชนิด มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคในกลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร แก้ท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ (ท้องเสียแบบไม่มีมูกเลือดปน และไม่มีไข้) โดยวิธีใช้ในเด็กอายุ 6-12 ปีให้รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล (800-1,000 มิลลิกรัม) ทุก 3-5 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล (1,000 มิลิกรัม ทุก 3-5 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย

4. ยาธาตุบรรจบ
ยาธาตุบรรจบก็เป็นตำรับยาพื้นบ้านแผนโบราณที่เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเช่นกัน สามารถหาซื้อในรูปแบบแคปซูลยาสำเร็จรูป รับประทานง่าย และสะดวก​โดยใช้รับประทานครั้งละ 1 แคปซูลในเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ในผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 แคปซูลวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ยาธาตุบรรจบจะช่วยแก้ท้องเดิน แก้ท้องเสียที่ไม่มีมูกเลือดปนได้

 

แหล่งที่มา    health.kapook

Uncategorized

ประโยชน์ของน้ำขิงกับสุขภาพผู้หญิง

น้ำขิง คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้หญิง

น้ำขิง มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งผู้หญิง ทั้งคนท้อง ก็ดื่มได้ ไม่ท้องแต่อยากผอมใช้น้ำขิงลดน้ำหนักก็ได้เช่นกัน
สรรพคุณของขิง ทุกคนอาจรู้ว่าขิงเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเยอะแยะมากมาย แต่วันนี้เราขอเอาใจสาว ๆ โดยเฉพาะ ด้วยการจัดสรรพคุณของน้ำขิงที่มีดีต่อสุขภาพผู้หญิงมาให้สาว ๆ

1. แก้คลื่นไส้อาเจียน (แพ้ท้อง)
ขิงจัดเป็นสมุนไพรที่แก้เมารถ เมาเรือ และช่วยลดอาการคลื่นเหียนเวียนไส้มาตั้งแต่โบราณ ทว่านอกจากอาการเมารถ เมาเรือแล้ว การดื่มน้ำขิงยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนของผู้หญิงมีครรภ์ได้อีกต่างหาก ยืนยันด้วยผลการศึกษาจากกว่า 12 สถาบัน ที่แสดงสรรพคุณของน้ำขิงด้วยการพิสูจน์กับผู้หญิงตั้งครรภ์ราว 1,278 คน แล้วพบว่า การดื่มน้ำขิงที่ความเข้มข้นประมาณ 1.1-1.5 กรัม สามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ตอนเช้าให้คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี

2. แก้ปวดประจำเดือน
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน จึงช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกยิ่งขึ้น และการดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ก็จะช่วยบรรเทาอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยสรรพคุณนี้ก็มีการศึกษามาการันตีความดีงามเช่นกันค่ะ ซึ่งจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงกว่า 150 คนที่ดื่มน้ำขิงชนิดผงปริมาณ 1 กรัมต่อวัน ในช่วง 3 วันแรกของการมีประจำเดือน สรรพคุณของขิงจะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญผลการศึกษายังทำให้ทราบว่า สรรพคุณลดอาการปวดของขิงเทียบเท่าสรรพคุณลดปวดของยาแก้ปวดชนิดไอบูโพรเฟนเลย

3. แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ในช่วงวันนั้นของเดือน
ช่วงมีประจำเดือน นอกจากอาการปวดประจำเดือนแล้ว สาว ๆ ก็ยังอาจเจออาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องกันอีกต่างหาก ซึ่งอาการไม่สบายตัวเหล่านี้ก็แก้ได้ด้วยน้ำขิงเลยค่ะ เพราะน้ำขิงมีสรรพคุณช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อให้สาว ๆ ได้

4. น้ำขิงช่วยลดน้ำหนัก
สรรพคุณนี้ช่างดีต่อใจ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธีลดความอ้วนอยู่ จัดไปเลยค่ะ น้ำขิงอุ่น ๆ 1 แก้ว ดื่มก่อนมื้ออาหารสัก 1.30 ชั่วโมง รสเผ็ดร้อนของขิงจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกาย ช่วยลดความอยากอาหาร และช่วยในเรื่องการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่งผลดีต่อการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดหรือฮอร์โมนคอร์ติซอล ฮอร์โมนตัวดีที่ทำให้เราอยากกินอาหารแคลอรีสูง ตัดพฤติกรรมพาอ้วนไปได้อีก

5. ฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดบุตร
นอกจากการอยู่ไฟหลังคลอดบุตรแล้ว ตามตำราแพทย์แผนจีนยังมีการนำขิงมาใช้ฟื้นฟูสภาพร่างกายคุณแม่หลังคลอดด้วยนะคะ เพราะฤทธิ์ร้อนจากขิงจะช่วยขับน้ำคาวปลาได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการดูดซึมอาหาร ทำให้คุณแม่หลังคลอดฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้การใช้ขิงบำรุงคุณแม่หลังคลอดตามตำรับยาจีน นิยมให้คุณแม่หลังคลอดกินเมนูไก่ดำผัดขิง เพื่อปรับสมดุลหยินหยางในร่างกาย ทว่าในตำรับแพทย์แผนไทย การได้จิบน้ำขิงอุ่น ๆ สักแก้ว ก็ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ขับลม แก้ท้องอืด และช่วยให้คุณแม่เจริญอาหาร เรียกน้ำนมให้ลูกน้อย เรียกว่าได้ประโยชน์ไม่แพ้กันเลย

 

แหล่งที่มา    health.kapook