Uncategorized

สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ด้วย ‘ โหระพา ‘

สรรพคุณและประโยชน์ของโหระพา 15 ข้อ ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE) มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย แต่แพร่หลายในเอเชียและตะวันตก โหระพาเป็น พืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นิยมอย่างมากในการนำมาประกอบอาหารและแต่งกลิ่นของรสชาติให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น

  1. ใบสดโหระพาใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย
  2. ช่วยป้องกันความเสียหายในร่างกายของเราจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
  3. ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  4. มีส่วนในการช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
  5. มีฤทธิ์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลและแผ่นคราบพลัคในกระแสเลือด
  6. มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  7. ช่วยขับหัวสิวและต้านการเจริญเติบโตของเชื้อสิว
  8. ช่วยในการเจริญอาหาร
  9. ใช้เป็นยาพอกเพื่อดูดซับสารพิษออกจากผิวหนังได้
  10. ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมสำหรับมารดาที่ให้นมบุตร ด้วยการนำใบมาต้มกับน้ำนมราชสีห์รับประทาน
  11. มีความเชื่อว่าเป็นยาบำรุงสุขภาพทางเพศได้อีกด้วย
  12. ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่มเป็นชา หรือกินเป็นผักสด
  13. แก้อาการวิงเวียนศีรษะด้วยการนำใบมาต้มดื่ม
  14. น้ำมันโหระพามีคุณสมบัติช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และช่วยลดอาการซึมเศร้า
  15. ช่วยรักษาโรคตาแดง ต้อตา มีขี้ตามาก
Uncategorized

สรรพคุณของมะกรูด สมุนไพรชั้นเลิศดีต่อสุขภาพความงาม

มะกรูด สมุนไพร ที่มากไปด้วยคุณประโยชน์ นอกจากนำมาทำอาหารได้แล้ว มะกรูดยังสามารถนำมาใช้ในการบำรุงความงาม รักษาโรค และปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านได้อีกด้วย ซึ่งก็ได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณกันเลยทีเดียว

โดยต้นมะกรูดจะมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบสีเขียวแก่เป็นมัน ค่อนข้างหนาและมีกลิ่นหอม ส่วนผลจะมีสีเขียวคล้ายมะนาวแต่ผิวเปลือกนอกขรุขระ ซึ่งก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน

การนำส่วนต่างๆ ของมะกรูดมาใช้ประโยชน์
ส่วนต่างๆ ของต้นมะกรูดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่รากจนถึงผล โดยมีวิธีการนำมาใช้ ดังนี้

ราก

รากมะกรูดนิยมนำมาใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการไข้ ลดอาการเสมหะเป็นพิษและบรรเทาอาการแน่นท้องจุกเสียด แก้พิษฝีภายใน

ใบมะกรูด

ใบมะกรูดอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย จึงนิยมนำมารับประทานเพื่อแก้อาการช้ำใน บรรเทาอาการไอ และป้องกันการเกิดมะเร็ง รวมถึงช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย

ผิวมะกรูด
ผิวของผลมะกรูดที่ขรุขระสามารถนำมาใช้เป็นยาแก้อาการนอนไม่หลับ บำรุงหัวใจให้แข็งแรง ขับพิษ ขับลม และแก้อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะได้

ผลมะกรูด

ผลของมะกรูด นิยมนำมารับประทานเพื่อแก้ไอ ขับเสมหะ บรรเทาอาการปวดท้อง ฟอกโลหิต ขับระดูและช่วยขับลมในลำไส้ได้ดี แพทย์พื้นบ้านจะนิยมใช้น้ำมะกรูดมาทำเป็น “ยาดองเปรี้ยวเค็ม” เพื่อช่วยถนอมคุณภาพของยา อีกทั้งช่วยให้ยามีฤทธิ์ช่วยฟอกโลหิต ละลายเสมหะได้ดียิ่งขึ้น

 

แหล่งที่มา   honestdocs

Uncategorized

สมุนไพรแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลม

สมุนไพรแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ สมุนไพรไทย มีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยแก้จุกแน่น แน่นท้อง ช่วยขับลม อาหารไม่ย่อย มีสรรพคุณช่วยเป็นยา บรรเทาอาการ

1. กระเทียม
มีสรรพคุณในการแก้ท้องอืด จุกเสียดได้ดีทีเดียวค่ะ เพียงแค่ทานกระเทียมสด 5 กลีบ กระเทียมจะช่วยไล่ลม จึงรู้สึกดีขึ้น

2. กะเพรา
ใบกะเพรานอกจากเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารแล้ว หากนำใบ และยอด 1 กำมือมาต้มเอาน้ำดื่มก็สามารถแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

3. กระชาย
เพียงนำเหง้า และรากของกระชายครึ่งกำมือมาต้มเพื่อนำน้ำมาดื่ม ก็ช่วยลดอาการจุกเสียดได้ เพราะกระชายมีรสเผ็ดร้อน และสรรพคุณทางยาในการแก้อาการเหล่านี้นั่นเอง

4. ขิง
ให้นำเหง้าของขิงแก่ขนาดประมาณหัวแม่มือมาทุบ และต้มทำเป็นน้ำดื่มจะช่วยลดอาการต่างๆได้ เพราะขิงมีฤทธิ์ช่วยขับลม และกระตุ้นการทำงานของลำไส้

5. ข่า
มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยแก้อาการท้องอืด แน่นท้อง ท้องเฟ้อได้ วิธีการง่ายๆ แค่นำเหง้าสด หรือแห้งของข่า ขนาดประมาณหัวแม่มือ มาต้มเอาน้ำดื่ม อาการจุกเสียด แน่นท้องก็จะหมดไป

6. ขมิ้นชัน
นำเหง้าขมิ้นมาหั่นชิ้นบางๆตากแดดให้แห้งแล้วนำไปบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นยาเม็ดเล็กๆ ทานวันละ 3-4 ครั้งจะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าหากทานแล้วท้องเสีย ให้หยุดทานทันทีค่ะ

7. ตะไคร้
นำต้นแก่ของตะไคร้ประมาณ 1 กำมือมาทุบพอแหลก นำไปต้มกับน้ำ ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง ตะไคร้มีฤทธิ์ที่ทำให้ระบบย่อยทำงานอย่างเป็นระบบ จึงบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

 

แหล่งที่มา  winnews

Uncategorized

สมุนไพรแก้ท้องเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ

สมุนไพรแก้ท้องเสีย วิธีแก้ท้องเสียด้วยของหาง่ายใกล้ตัว จากสูตรธรรมชาติทั้งผัก ผลไม้ สมุนไพร บรรเทาอาการท้องเสีย-ท้องร่วงให้หายโดยไม่พึ่งยา

1. กระชาย
ถ้ามีกระชายให้ใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า นำไปปิ้งไฟแล้วเอามาตำหรือฝนกับน้ำปูนใส หรือจะคั้นน้ำกระชายที่ปิ้งแล้วมารับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา เมื่อมีอาการท้องเสียก็ได้

2. ฟ้าทะลายโจร
ล้างใบฟ้าทะลายโจรให้สะอาด จากนั้นนำไปผึ่งลมจนแห้งสนิท แล้วจงนำมาบดเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้ง กินเป็นยาลูกกลอนครั้งละ 1.5 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน แต่หากไม่ได้ปลูกฟ้าทะลายโจรไว้ที่บ้าน ก็สามารถหาซื้อสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในรูปแบบแคปซูลยาก็จะสะดวกกว่า โดยรับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล (500-1,000 มิลลิกรัม) วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน

3. ยาเหลืองปิดสมุทร
นอกจากแคปซูลฟ้าทะลายโจรแล้ว ยังมีตัวยาเหลืองปิดสมุทร ซึ่งเป็นตำรับยาแผนโบราณและเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ประกอบไปด้วยตัวยาสมุนไพร 13 ชนิด มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคในกลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร แก้ท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ (ท้องเสียแบบไม่มีมูกเลือดปน และไม่มีไข้) โดยวิธีใช้ในเด็กอายุ 6-12 ปีให้รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล (800-1,000 มิลลิกรัม) ทุก 3-5 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล (1,000 มิลิกรัม ทุก 3-5 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย

4. ยาธาตุบรรจบ
ยาธาตุบรรจบก็เป็นตำรับยาพื้นบ้านแผนโบราณที่เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเช่นกัน สามารถหาซื้อในรูปแบบแคปซูลยาสำเร็จรูป รับประทานง่าย และสะดวก​โดยใช้รับประทานครั้งละ 1 แคปซูลในเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ในผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 แคปซูลวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ยาธาตุบรรจบจะช่วยแก้ท้องเดิน แก้ท้องเสียที่ไม่มีมูกเลือดปนได้

 

แหล่งที่มา    health.kapook

Uncategorized

ประโยชน์ของน้ำขิงกับสุขภาพผู้หญิง

น้ำขิง คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้หญิง

น้ำขิง มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งผู้หญิง ทั้งคนท้อง ก็ดื่มได้ ไม่ท้องแต่อยากผอมใช้น้ำขิงลดน้ำหนักก็ได้เช่นกัน
สรรพคุณของขิง ทุกคนอาจรู้ว่าขิงเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเยอะแยะมากมาย แต่วันนี้เราขอเอาใจสาว ๆ โดยเฉพาะ ด้วยการจัดสรรพคุณของน้ำขิงที่มีดีต่อสุขภาพผู้หญิงมาให้สาว ๆ

1. แก้คลื่นไส้อาเจียน (แพ้ท้อง)
ขิงจัดเป็นสมุนไพรที่แก้เมารถ เมาเรือ และช่วยลดอาการคลื่นเหียนเวียนไส้มาตั้งแต่โบราณ ทว่านอกจากอาการเมารถ เมาเรือแล้ว การดื่มน้ำขิงยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนของผู้หญิงมีครรภ์ได้อีกต่างหาก ยืนยันด้วยผลการศึกษาจากกว่า 12 สถาบัน ที่แสดงสรรพคุณของน้ำขิงด้วยการพิสูจน์กับผู้หญิงตั้งครรภ์ราว 1,278 คน แล้วพบว่า การดื่มน้ำขิงที่ความเข้มข้นประมาณ 1.1-1.5 กรัม สามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ตอนเช้าให้คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี

2. แก้ปวดประจำเดือน
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน จึงช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกยิ่งขึ้น และการดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ก็จะช่วยบรรเทาอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยสรรพคุณนี้ก็มีการศึกษามาการันตีความดีงามเช่นกันค่ะ ซึ่งจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงกว่า 150 คนที่ดื่มน้ำขิงชนิดผงปริมาณ 1 กรัมต่อวัน ในช่วง 3 วันแรกของการมีประจำเดือน สรรพคุณของขิงจะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญผลการศึกษายังทำให้ทราบว่า สรรพคุณลดอาการปวดของขิงเทียบเท่าสรรพคุณลดปวดของยาแก้ปวดชนิดไอบูโพรเฟนเลย

3. แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ในช่วงวันนั้นของเดือน
ช่วงมีประจำเดือน นอกจากอาการปวดประจำเดือนแล้ว สาว ๆ ก็ยังอาจเจออาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องกันอีกต่างหาก ซึ่งอาการไม่สบายตัวเหล่านี้ก็แก้ได้ด้วยน้ำขิงเลยค่ะ เพราะน้ำขิงมีสรรพคุณช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อให้สาว ๆ ได้

4. น้ำขิงช่วยลดน้ำหนัก
สรรพคุณนี้ช่างดีต่อใจ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธีลดความอ้วนอยู่ จัดไปเลยค่ะ น้ำขิงอุ่น ๆ 1 แก้ว ดื่มก่อนมื้ออาหารสัก 1.30 ชั่วโมง รสเผ็ดร้อนของขิงจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกาย ช่วยลดความอยากอาหาร และช่วยในเรื่องการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่งผลดีต่อการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดหรือฮอร์โมนคอร์ติซอล ฮอร์โมนตัวดีที่ทำให้เราอยากกินอาหารแคลอรีสูง ตัดพฤติกรรมพาอ้วนไปได้อีก

5. ฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดบุตร
นอกจากการอยู่ไฟหลังคลอดบุตรแล้ว ตามตำราแพทย์แผนจีนยังมีการนำขิงมาใช้ฟื้นฟูสภาพร่างกายคุณแม่หลังคลอดด้วยนะคะ เพราะฤทธิ์ร้อนจากขิงจะช่วยขับน้ำคาวปลาได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการดูดซึมอาหาร ทำให้คุณแม่หลังคลอดฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้การใช้ขิงบำรุงคุณแม่หลังคลอดตามตำรับยาจีน นิยมให้คุณแม่หลังคลอดกินเมนูไก่ดำผัดขิง เพื่อปรับสมดุลหยินหยางในร่างกาย ทว่าในตำรับแพทย์แผนไทย การได้จิบน้ำขิงอุ่น ๆ สักแก้ว ก็ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ขับลม แก้ท้องอืด และช่วยให้คุณแม่เจริญอาหาร เรียกน้ำนมให้ลูกน้อย เรียกว่าได้ประโยชน์ไม่แพ้กันเลย

 

แหล่งที่มา    health.kapook

Uncategorized

ใบบัวบก คุณประโยนช์ดีๆ

 

ใบบัวบกสมุนไพรจีน โบราณที่ได้ยินชื่อกันมานาน

ใบบัวบกสมุนไพรจีน  มีสรรพคุณอีกมากมายนอกจากแก้ช้ำในแล้ว ยังช่วยในอาการอื่นๆเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงจะเคยได้ยินกันมานักต่อนักว่าเวลาช้ำในให้ดื่มน้ำใบบัวบก เพราะจะช่วยให้หายจากอาการช้ำในเร็วขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้วเจ้าสมุนไพรที่มีนามว่าใบบัวบก
ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนที่นำมาใช้กันตั้งแต่โบร่ำโบราณนั้นก็ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งช่วยบำรุงสุขภาพ รักษาโรค หรือแม้แต่ช่วยบำรุงความงาม นอกจากจะแก้ช้ำใน แล้วยังสามารถช่วยแก้และรักษาอาการอื่นๆได้อีก

1. แก้ปัญหาเส้นเลือดขอด

เมื่อหลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นก็ทำให้หลอดเลือดดำเกิดการฉีกขาดและทำให้เลือดไหลออกมาคั่งอยู่บริเวณขา เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมที่เรียกว่าอาการเส้นเลือดขอดนั่นเอง โดยมีการศึกษาพบว่าการรับประทานใบบัวบก สามารถลดอาการบวมและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น โดยในการศึกษานั้นได้ทำการทดลองกับอาสาสมัครกว่า 90 คน ที่มีอาการของเส้นเลือดขอด และเมื่อรับประทานใบบัวบกเข้าไปแล้วก็พบว่าอาการเส้นเลือดขอดนั้นดีขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานยาหลอก และเมื่อทำการอัลตราซาวด์ก็พบว่าผู้ที่รับประทานใบบัวบกมีการรั่วไหลของหลอดเลือดดำลดลงค่ะ

2. สมานแผลและรักษาโรคผิวหนังบางชนิด

หนึ่งในสารสำคัญที่ส่งผลให้ใบบัวบกกลายเป็นสมุนไพรที่มากสรรพคุณก็คือสารไตรเตอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ที่มีการศึกษากับสัตว์แล้วพบว่าสามารถช่วยสมานบาดแผลได้ นั่นก็เป็นเพราะว่าสารดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับบาดแผล และช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณบาดแผลมากขึ้น ส่งผลให้บาดแผลค่อย ๆ หายดีขึ้นในระยะเวลาที่น้อยลง อีกทั้งสารจากใบบัวบกก็ยังช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นได้อีกด้วย วิธีใช้ก็ไม่จำเป็นต้องนำใบบัวบกมาตำแล้วพอกให้ยาก เพราะเดี๋ยวนี้มีแบบที่เป็นครีมผสมสารสกัดไว้ทาโดยเฉพาะ แค่เพียงเลือกให้เหมาะกับชนิดบาดแผลก็ช่วยได้มากเลยล่ะ

3. ระบายความร้อน

ความร้อนในร่างกายหากสูงมากเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายเกิดอาการไข้ ตัวร้อน กระหายน้ำ ตลอดจนการอักเสบ ดังนั้นการรับประทานใบบัวบกที่มีฤทธิ์เย็น จึงสามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับพิษร้อนออกจากร่างกายได้อีกด้วย

4. ขับพิษร้อน และความชื้น

โรคต่าง ๆ ที่เกิดจากความร้อนและความชื้น อาทิ ดีซ่าน นิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคบิด สามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานใบบัวบก เนื่องจากใบบัวบกนั้นมีฤทธิ์ขมเย็น สามารถช่วยสลายความชื้นในร่างกายและขับความร้อนออกมาได้ แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากรับประทานมาก ๆ อาจจะทำให้ร่างกายเย็นจนเกินไปและเป็นอันตรายได้
5. ลดความกระวนกระวาย ช่วยให้จิตใจสงบ

สารไตรเตอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในใบบัวบกนั้น นอกจากจะช่วยในการสมานแผลและรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้แล้วก็ยังมีฤทธิ์ในการลดความกระวนกระวายและช่วยกระตุ้นกลไกการทำงานของสมอง โดยมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ที่รับประทานใบบัวบกมีแนวโน้มที่จะตกใจกับเสียงรบกวนน้อยกว่าผู้ที่รับประทานยาหลอก แต่ก็ต้องใช้ในปริมาณที่สูงมาก จึงยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าควรใช้ปริมาณใดจึงจะได้ผลและไม่ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพตามมาค่ะ

6. รักษาโรคหนังแข็ง

เนื่องจากใบบัวบก มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย จึงสามารถใช้บรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคหนังแข็งได้ โดยมีการศึกษากับผู้หญิง 13 คนที่มีอาการของโรคหนังแข็งพบว่า การใช้ใบบัวบกสามารถลดอาการปวดตามข้อ และลดการเกิดหนังแข็ง รวมทั้งทำให้การเคลื่อนไหวของนิ้วมือเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในปริมาณที่แพทย์ควบคุมเท่านั้น

7. ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ

ใครที่มักจะนอนไม่หลับบ่อย ๆ ลองหาใบบัวบกมารับประทานก็ดีเหมือนกันนะ เพราะใบบัวบกไม่เพียงแต่ช่วยลดความกระวนกระวายเท่านั้น แต่ก็ยังช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายลงได้ ทำให้สามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น โดยแค่เพียงรับประทานเป็นประจำก่อนนอน ก็จะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์เลย
8. ลดความดันโลหิต

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ออกมาแนะนำว่าใบบัวบกเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ช่วยลดความดันโลหิตได้ เพราะเจ้าใบบัวบกนั้นจะไปทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดภาวะความเครียดอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ทั้งนี้วิธีการรับประทานก็ไม่ยาก เพียงแค่นำใบบัวบกไปคั้นน้ำแล้วนำมาดื่ม จะนำไปผสมกับน้ำผึ้งสักเล็กน้อย หรือผสมกับน้ำผลไม้อื่น ๆ เพื่อลดความเหม็นเขียวก็ทำได้ค่ะ

9. ลดอาการบวม

อาการบวมช้ำมีสาเหตุมาจากการที่ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณดังกล่าวทำงานผิดปกติส่งผลให้เกิดอาการคั่งของเลือด การรับประทานใบบัวบกไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำคั้นดื่ม หรือแบบที่เป็นสารสกัดแคปซูล สามารถช่วยลดอาการบวมช้ำบริเวณบาดแผลได้ รวมทั้งยังลดอาการอักเสบที่ทำให้เกิดอาการบวมได้อีกด้วย

10. บำรุงสมอง

ใบบัวบกเป็นพืชอีกชนิดที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันสารอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์สมอง รวมทั้งช่วยคลายความอ่อนล้าของสมอง เพิ่มการทำงานของสมองและความจำ แถมยังสามารถลดภาวะซึมเศร้า และสามารถช่วยยับยั้งอาการของโรคอัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้นในสมองได้

 

แหล่งที่มา   health.kapook

Uncategorized

‘ สูตรหมักผมด้วยดอกอัญชัน ‘

สูตรหมักผม ด้วยดอกอัญชัน ผมสวยจากสมุนไพรธรรมชาติ

 

สูตรหมักผม ดอกอัญชัน เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ ช่วยให้เส้นผมดกดำ มีความเงางามและป้องกันปัญหาผมหงอกก่อนวัย ซึ่งการนำดอกอัญชันมาใช้หมักผมนั้นก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำดอกอัญชันประมาณ 20-30 ดอกมาล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด รอให้แห้งแล้วจึงค่อยนำมาคั้นเอาแต่น้ำอัญชันมาหมักผมประมาณ 30 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากทำเป็นประจำก็จะช่วยให้ผมดกดำและยาวเร็วขึ้นด้วย

สูตรการใช้ดอกอัญชันหมักผม

สูตรหมักผมสวยด้วย ดอกอัญชัน + น้ำมันมะกอก ดอกอัญชัญหมักผมสูตรนี้เป็นการรวมตัวกันของสุดยอดสมุนไพรบำรุงผม วิธีการทำสูตรนี้ง่ายมาก แค่นำดอกอัญชันมา 15 ดอก ล้างให้สะอาด แล้วนำมาบดเอาแต่น้ำดอกอัญชันเข้มข้น เมื่อได้น้ำอัญชันมาแล้วก็นำมาผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา จากนั้นนำไปชโลมให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือมากกว่านั้นก็ได้ถ้ามีเวลา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้ประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ผมของคุณจะเงางาม ดูมีสุขภาพผมดี

สูตรหมักผมสวยด้วย ดอกอัญชัน + โยเกิร์ต  สูตรนี้เป็นสูตรที่เหมาะกับคนมีอายุสักหน่อย แต่เราต้องไม่ยอมแก่ตามอายุแน่นอน เริ่มจัดการกับปัญหาผมหงอกกันด้วยดอกอัญชัญหมักผมสูตรนี้เลย เพียงคุณนำดอกอัญชันมาสัก 1 กำมือ ล้างให้สะอาด แล้วนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ปัญหาผมหงอกของคุณก็จะดีขึ้น ทีนี้ยังไงก็ยังเด็กอยู่ชัวร์

สูตรหมักผมด้วยตะไคร้และดอกอัญชัน ตะไคร้เป็นสมุนไพรคู่คนไทยมานาน ในสมัยโบราณจะมีการนำตะไคร้มาโขลกแล้วนำน้ำตะไคร้มาหมักผมคุณสมบัติของตะไคร้ จะมีสรรพคุณแก้อาการคันช่วยทำให้ผมแตกปลายผมหลุดร่วงนั้นหายไปและที่สำคัญ ยังช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะซึ่งในปัจจุบันเราก็สามารถนำตะไคร้มาช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำและเงางามได้อีก 1 สูตร ก็คือสูตรหมักผมจากดอกอัญชัน มีการ นำเอาดอกอัญชันมาใช้ในการหมักผมเพราะในดอกอัญชันนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยการไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงหนังศีรษะ จึงช่วยป้องกัน และยับยั้ง ให้เส้นผมหงอกก่อนวัยอันควรนั้น อีกทั้งยังช่วยทำให้ผมดกดำและเงางาม ในขั้นตอนการทำเรานำดอกอัญชันมาขยี้ คั้นเอาเฉพาะน้ำแล้วไม่ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก

 

แหล่งที่มา  sukkaphap

Uncategorized

ขมิ้น ขัดผิว เนรมิตผิวขาวด้วยสมุนไพร

ขมิ้น สูตรผิวขาวง่ายๆไม่ต้องจ่ายแพง สมุนไพรที่ได้รับความนิยมในการนำมาประกอบอาหารและยังนำมาสกัดเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพต่างๆ นอกจากนี้ ในด้านความสวยความงาม เรายังสามารถนำมาทำเป็นสูตรขัดผิวด้วย

สูตรขมิ้น + น้ำผึ้ง

วิธีทำ นำผงขมิ้นชันมาผสมกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาลงบนผิวจนทั่วพร้อมกับขัดนวดผิวอย่างเบามือ จากนั้นปล่อยไว้ 15-20 นาที แล้วอาบน้ำฟอกสบู่ตามปกติ สำหรับสาวคนไหนที่มีสิวก็สามารถนำมาใช้แต้มสิวหรือพอกหน้าได้เช่นกันค่ะ เพราะขมิ้นมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยรักษาสิวอักเสบให้หายดีโดยเร็วได้แล้ว ยังช่วยบำรุงผิวให้เนียนใสได้อีกด้วย

สูตรขมิ้น + มะขามเปียก

วิธีทำ คั้นน้ำมะขามเปียกให้ได้แบบข้นๆ จากนั้นเติมผงขมิ้นชันลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาลงบนผิว และขัดผิวจนทั่วเรือนร่าง สาวๆ อยากจะนำมาขัดผิวหน้าด้วยก็ได้เหมือนกันนะคะ สำหรับสูตรขัดผิวด้วยมะขามเปียกและผงขมิ้นนี้ นับเป็นอีกหนึ่งสูตรขัดผิวขาวที่จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมะขามเปียกมีกรด AHA จากธรรมชาติที่สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน หลังจากขัดเสร็จแล้วก็พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ก่อนล้างออกให้นำใยบวบชุบน้ำมาขัดผิวเป็นวงกลมจนทั่ว จากนั้นจึงล้างออกให้สะอาด ผิวพรรณและผิวหน้าของเราก็จะขาวกระจ่างใสและเนียนนุ่ม ผิวสวยผุดผ่องเป็นยองใยอย่างสัมผัสได้แน่นอน

แหล่งที่มา  sanook

Uncategorized

มะขามป้อม สมุนไพรแก้ไอ

 

มะขามป้อม สมุนไพรแก้ไอ ขับเสมหะ สรรพคุณดีเด่นไม่แพ้ยาแผนปัจจุบัน ใครป่วย มีอาการไอ มีเสมหะ ต้องลอง !
อากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ทำให้คนป่วยด้วยโรคในระบบทางเดินหายใจ เป็นไข้บ้าง เป็นหวัด น้ำมูกไหล แต่อาการไม่สบายที่น่ารำคาญที่สุดก็คืออาการไอ ซึ่งมักจะมาพร้อมกับเสมหะเมื่อเราเป็นหวัดอยู่เสมอ หรือแม้แต่คนที่ไอแห้ง ๆ อมยาเพื่อช่วยให้ชุ่มคอก็ยังไม่หาย อีกทั้งยังไม่อยากกินยาแผนปัจจุบันเพราะกลัวจะเพิ่มภาระให้ตับและไต แต่สมุนไพรก็สามารถช่วยแก้ไอได้เช่นกัน

มะขามป้อม ภาษาอังกฤษ คือ Indian gooseberry มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica Linn. จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับมะยม คือ ตระกูล Phyllanthus L. ปกติแล้วจะปลูกขึ้นในเอเชียเขตร้อน จึงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย

แก้ไอ เจ็บคอ ลดเสมหะ แก้หวัด
ถ้าพูดถึงประโยชน์ดี ๆ ของมะขามป้อม แทบทุกคนคงจะต้องบอกว่าช่วยแก้ไอ แก้หวัด ละลายเสมหะ รักษาอาการเจ็บคอแน่นอน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มแทนนิน แถมรสเปรี้ยวของมะขามป้อมยังช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้ดี จนโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังนำมะขามป้อมไปทำเป็นยาแก้ไอ แล้วลงทะเบียนเป็นยาแผนโบราณเลยด้วย โดยหากต้องการใช้มะขามป้อมแก้ไอ ก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำมะขามป้อม ไปคั้นหรือต้มแล้วนำมาดื่ม หรือจะนำมะขามป้อมไปอมกับเกลือเฉย ๆ ก็ได้ ซึ่งการอมมะขามป้อมนอกจากจะช่วยแก้ไอและละลายเสมหะแล้ว ยังทำให้เราชุ่มคอ และช่วยบำรุงเสียงให้ใส ป้องกันเสียงแห้งอีกด้วย

แหล่งที่มา  kapook